................เธอรู้สึกเช่นไร ไม่อาจรู้
ภาพอนาคตอันแสนไกลที่สะท้อนอยู่ในดวงตางดงามคู่นั้น
.............ใช่ภาพฉันหรือไม่...........
ฉันคิดว่าเป็นฉันที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น
อยากขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่เธอได้มอบให้กัน................
'ไม่ได้ค่ะ....'
'ได้โปรดเถอะครับ...นะครับ'
'คือ...คุณเพิ่งบริจาคไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเองนะคะ ตามกฎแล้ว เราให้บริจาคได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้นนะคะ'
'แต่ผมแข็งแรงนะ นะครับ...ให้ผมบริจาคเถอะนะครับ'
'ไม่ได้จริงๆค่ะ'
น่ารำคาญชะมัดไอ้หมอนี่ เขาบอว่าไม่ได้ก็ยังจะตื๊ออยู่ได้... บทสนทนายืดเยื้อที่ดำเนินมาได้ครู่นึงแล้ว ทำให้ผมที่ยืนหันหลังพิงเคาท์เตอร์อยู่นึกรำคาญจนต้องหันกลับไปมอง
พลั่ก! เกร๊ง.... เกร๊ง....
'โอ๊ะ! ข...ขอโทษครับ' ร่างบางละล่ำละลักขอโทษแล้วก้มลงเก็บเศษเหรียญที่ร่วงกระจายอยู่บนพื้น
'....ซุ่มซ่าม!' คำพูดนั้น ทำเอาร่างเล็กชะงักมือที่กำลังเก็บเศษเหรียญที่ตกอยู่ตามพื้น เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสายตาไม่พอใจก่อนจะก้มลงเก็บเหรียญที่เหลือบนพื้นต่อ สักพักก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองผมอย่างเอาเป็นเอาตาย
'มองอะไร!' ผมตะคอก ไม่ชอบให้ใครมาจ้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาไม่พอใจจากดวงตาสวยคู่นั้น มันทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ผมจ้องกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ยิ่งจ้องกลับยิ่งรู้สึกเหมือนถูกนัยน์ตาดำขลับคู่นั้นดึงดูดให้จมดิ่งลงไป
'เท้านาย...ขยับออกไปหน่อย' ร่างบางพูดแล้วหลุบตาลงมองที่เท้าของผม
ผมชักเท้าออกเล็กน้อย มือเรียวขาวเอื้อมหยิบเหรียญที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นตรงที่เท้าของผมเหยียบอยู่เมื่อครู่ ร่างบางของคนตรงหน้ายืดตัวขึ้นยืนตัวตรงแล้วเดินผ่านหน้าผมไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
หลังจากนั้นผมก็ได้ยินพวกพยาบาลตรงเคาท์เตอร์คุยกันถึงเรื่องเด็กหนุ่มหน้าสวยที่มักจะมาบริจาคเลือดเพื่อแลกกับเงินจำนวนเล็กน้อย นั่นยิ่งทำให้ผมนึกดูถูก... หึ! บริจาคเลือดเพื่อแลกกับเงินเรอะ เรียกว่าขายเลือดน่าจะตรงกว่า ผมนึกถึงดวงตาสวยคู่นั้น.......เสียดาย.......
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
บริเวณโถงด้านล่างของอาคารสูง 44 ชั้น คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินสวนกันไปมา เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของการผลิตบุคลากรและการสร้างสรรค์งานบันเทิงอันหลากหลาย ในแต่ละวันนอกจากพนักงานในส่วนของสำนักงานแล้ว ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ใฝ่ฝันจะได้เข้ามาเดินบนถนนสายบันเทิงผ่านเข้าออกตึกนี้.........
ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองสีดำที่ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรู ดึงดูดสายตาทุกคู่ของคนที่เดินผ่านไปมาบริเวณทางเข้าตึกให้ต้องหยุดมอง
"ขอโทษครับ จอดตรงนี้ไม่ได้นะครับ ไม่ทราบคุณ....เอ่อ..." รปภ.ในชุดยูนิฟอร์มสีขาวรีบวิ่งเข้ามาหา
"จุง ยุนโฮ.....ผมมาพบคุณลุง" ชายหนุ่มร่างสูงเพียงปรายตาให้ พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบ
"คุณลุง...." รปภ.ทวนคำสีหน้างงๆ
"อ้าว! คุณยุนโฮ... นั่นคุณยุนโฮใช่มั้ยครับ" เสียงเรียกของชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแต่งกายภูมิฐานเรียกความสนใจจากชายหนุ่มไปชั่วขณะ "สวัสดีครับ กลับมาจากอเมริกาเมื่อไหร่ครับนี่"
"สวัสดีครับ ไดเรคเตอร์ฮาน" เขามองผู้สูงวัยกว่าที่กำลังเดินตรงมาหา ขยับริมฝีปากยิ้มทักทายเพียงเล็กน้อย
"เอ้านี่! กลับไปทำงานได้แล้วไป... นี่แขกท่านประธาน" ไดเรคเตอร์ฮานหันไปโบกมือไล่รปภ.ที่ยืนทำหน้าเหรอหรา แล้วหันกลับมาฉีกยิ้มให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า "คือ...อย่าถือสาเลยนะครับ หมอนั่นเพิ่งมาแทนคนเก่าที่โดนไล่ออกไปเมื่อสองเดือนก่อนน่ะครับ ก็เลยไม่รู้จักคุณ" เขาเดินนำชายหนุ่มเข้าไปภายในอาคาร
"นี่มาพบท่านประธานใช่ไหมครับ คือ...ตอนนี้ท่านประธานอยู่ในห้องประชุม แต่ไม่ใช่ประชุมสำคัญหรอกครับ เดี๋ยวผมจะให้เลขาท่านเข้าไปเรียนว่าคุณมาพบ.... เอ้า! นั่งบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบต่อโทรศัพท์ไปที่โต๊ะเลขาฯท่านสิ" ไดเรคเตอร์ฮานบอกก่อนจะหันไปสั่งพนักงานหญิงที่นั่งอยู่ตรงเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้รีบต่อโทรศัพท์ "เอ่อ...เดี๋ยวคุณขึ้นไปที่ชั้นบนเลยก็ได้นะครับ"
"ไม่ต้องหรอกครับ ผมไม่ได้มีอะไรด่วน พอดีผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาเยี่ยมคุณลุงเฉยๆน่ะครับ ผมก็ไม่ได้เข้ามาที่นี่นานแล้วด้วย อืม...เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมไปเดินดูอะไรแถวนี้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าคุณลุงออกมาจากห้องประชุมเมื่อไหร่ช่วยบอกท่านด้วยก็แล้วกันว่าผมมาหา"
"ครับ...ครับ...ได้ครับ"
ร่างสูงเดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย.... กลับมาจากอเมริกาได้เกือบ 2 เดือนแล้ว แต่เพิ่งจะได้เข้ามาเยี่ยมคุณลุงที่บริษัท ทั้งๆที่ก่อนจะไปเรียนต่อที่อเมริกาเขามักจะแวะมาใช้ห้องซ้อมดนตรีที่นี่บ่อยๆ ตามประสาเด็กหนุ่มที่รักการเล่นดนตรี แต่ก็นั่นแหละรู้อยู่แล้วว่าไม่มีประโยชน์อะไร ในเมื่อเขาต้องรับช่วงงานบริหารสถานีโทรทัศน์ต่อจากพ่อ ในที่สุดเขาก็ต้องทิ้งความฝันที่จะตั้งวงดนตรีของตัวเองเพื่อบินไปเรียนต่อที่อเมริกา.......
ยุนโฮกดลิฟท์ขึ้นมาที่ชั้น 17 ซึ่งเป็นชั้นที่เขาเคยมาใช้ห้องซ้อมดนตรี แสงไฟสีส้มนวลให้แสงสว่างอันอบอุ่นทั่วบริเวณโถงทางเดิน บรรยากาศและการตกแต่งบริเวณโถงกลางดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ในขณะที่กำลังคิดจะกลับขึ้นไปนั่งรอที่ชั้นบนสุดซึ่งเป็นสำนักงานของฝ่ายบริหาร เสียงร้องเพลงคลอเสียงเปียโนที่ดังแว่วมาทำให้ยุนโฮเปลี่ยนใจเดินตามเสียงไปยังที่ที่คิดว่าเป็นที่มาของเสียงเพลง
เขาเดินมาจนถึงห้องที่อยู่ด้านในสุดของชั้นนั้น ยุนโฮมองผ่านกระจกสีชาเข้าไปภายในห้อง ร่างหนึ่งกำลังนั่งหันหลังดีดเปียโน มีเสียงร้องเพลงคลอดังแว่วออกมา แผ่นหลังบอบบางนั่นดูคุ้นตาเขาอย่างบอกไม่ถูก เสียงเพลงไพเราะที่ได้ยินแว่วผ่านบานประตูกระจกดึดดูดให้เขาผลักประตูก้าวเข้าไปภายในห้อง ร่างบางคงกำลังดื่มด่ำอยู่กับการดีดเปียโนและการร้องเพลงจึงไม่รู้สึกถึงการมาของใครอีกคน
เสียงไพเราะนุ่มหูนั้นฟังดูเหงา ศรเ คล้ายเสียงร่ำร้องจากหัวใจของคนที่กำลังรอคอยบางอย่าง แต่บางจังหวะเสียงนั้นกลับดังกังวานจนสามารถสั่นสะเทือนหัวใจของคนที่ฟังอยู่ได้
เสียงเปียโนหยุดลงหากแต่ร่างบางยังคงนั่งนิ่ง ร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังหมุนตัวกลับ มือแกร่งเอื้อมผลักบานประตูกระจก
"ย..ยูชอนเหรอ?" เสียงหวานเอ่ยทักขึ้น
ยุนโฮชะงักเหลือบมองภาพแผ่นหลังของร่างบางที่สะท้อนอยู่บนประตูกระจก ท่อนแขวเรียวถูกยกขึ้นปาดไปมาบนใบหน้าก่อนที่ร่างนั้นจะหันมา
"ขะ...ขอโทษครับ ผมนึกว่า..." แม้ส่วนสูงกับรูปร่างที่เห็นจากด้านหลังจะไล่เลี่ยกันก็จริง แต่จากเสื้อผ้าที่คนตรงหน้าสวมใส่และทรงผม ทำให้แจจุงรู้ได้ว่าไม่ใช่ยูชอน
คิ้วเข้มขมวดมุ่น ตาคมจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของร่างบางที่สะท้อนอยู่บนกระจกสีชาตรงหน้า โยนความตั้งใจที่จะกลับออกจากห้องไปอย่างเงียบๆทิ้งไปในทันที ร่างสูงค่อยๆหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างบาง
"คุณ..." แจจุงอึ้งไปนิด ก็คนร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา หน้าตาดีชะมัด หล่อขนาดนี้ สงสัยโดนทาบทามมาเล่นละครหรือเล่นหนังแน่เลย"....มาพบใครรึเปล่าครับ เอ่อ...คือ...สตูฯของฝ่ายละครอยู่ชั้น 15 ต้องลงไปอีก 2 ชั้น แต่ตอนนี้พักกลางวัน..."
คำพูดกับท่าทางของแจจุงทำให้คิ้วเข้มของยุนโฮคลายออกก่อนจะเลิกสูงขึ้นอย่างประหลาดใจ
"ฉันดูเหมือนคนที่กำลังจะมาถ่ายละครหรือไง?" ยุนโฮถามเสียงห้วน ตาคมมองใบหน้าขาวเนียนที่ติดอยู่ในความทรงจำของตนเองแม้ได้พบเพียงครั้งเดียว ดวงตาดำขลับคู่นั้นไม่บ่งบอกว่าคนร่างบางตรงหน้าจดจำเขาได้แม้แต่น้อย
"งั้น...คุณเป็นใคร? แล้วมาทำอะไรที่นี่กันล่ะ?" แจจุงถามกลับเสียงห้วนไม่แพ้กัน ชักจะไม่สบอารมณ์ ถ้าไม่ใช่ก็บอกไม่ใช่สิ พูดด้วยดีๆ ทำไมต้องทำท่าไม่พอใจด้วยนะ คนอย่างเขาไม่ได้มีนิสัยก้าวร้าวแต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกหรือหาเรื่องกันได้ง่ายๆ
"หัดมีมารยาทซะมั่ง... ไม่ใช่เที่ยวไปถามว่าคนอื่นเป็นใครทั้งๆที่ตัวนายเองก็ยังไม่แนะนำตัวเองเลย" ยุนโฮพูดเสียงเรียบแต่เป็นคำพูดที่ทำเอาคนได้ฟังถึงกับหน้าชา
"....คิม แจจุง... ศิลปินฝึกหัดจากโครรงการสตาร์ไลท์" แจจุงกระชากเสียงตอบกลับไป กระตุกยิ้มน้อยๆที่มุมปากก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน "แล้วคนมีมารยาทที่มาแอบฟังคนอื่นร้องเพลงทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาต จะกรุณาแนะนำตัวเองได้รึยังไม่ทราบ"
หึ! เห็นหน้าใสๆแต่ปากร้ายไม่เบา ยุนโฮมองกลีบปากสีชมพูสดที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการพูดของเจ้าของใบหน้าสวยหวานนั้น
Geu Neo Ui Saeng Gahk Neo Ui Gwan Shim Ne Ki E Dahl Ryeo Eet....
ติ๊ด!
ยุนโฮยกโทรศัพท์มือถือขึ้นกดรับสาย ดวงตาคมยังไม่ละไปจากดวงหน้าสวยของแจจุง
"ฮัลโหล! ครับ...ครับ แล้วพบกันครับคุณลุง" ส่งสายตากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทิ้งไว้ให้ร่างงามตรงหน้า แล้วผละออกจากห้องไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้รั้งตัวเขาไว้อีกต่อไป
"นี่! นาย...." อะไรของเขานะ หลอกให้เราบอกชื่อแต่ชื่อตัวเองกลับไม่ยอมบอก นายนั่นแหละที่ไม่มีมารยาท นึกจะไปก็ไป
"ชิ! ถ้าเจออีกล่ะก็... อ๊ะ! ไม่ดีกว่า ไม่ต้องเจอกันอีกน่ะแหละดี" เฮอะ...ทำเป็นใช้เสียงเรียกเข้าเพลง The way you are ท่าทางจะเพลย์บอยน่าดูเลยหมอนี่
แจจุงไม่ได้เฉลียวใจซักนิดว่านี่ไม่ใช่การพบกันครั้งแรกของเขากับยุนโฮ
edit @ 2006/09/16 18:34:35